สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในอาคาร KX Knowledge Xchange

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ : พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในอาคาร KX Knowledge Xchange

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พื้นที่พัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคมของไทย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก ซึ่งเป็นพันธมิตรของ FABLab Bangkok Community  ในอาคาร KX Knowledge Xchange 

  • ทำความรู้จักกับสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม มีบทบาทและหน้าที่ในการเป็นหน่วยประสานความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ กับ ผู้ประกอบการภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม โดยดำเนินการเพื่อพัฒนาส่งเสริมศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมมาตรฐานไทยสู่ระดับสากล การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ตราสินค้าเป็นที่ยอมรับในตลาดสากล รวมถึงพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมในภาพรวมด้วย

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในทางปฏิบัติ โดยการดำเนินการผ่าน 3 ศูนย์

1. ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม ดำเนินการศึกษาวิจัยและส่งมอบข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้กับภาครัฐรวมถึงพัฒนาฐานข้อมูลอุตสาหกรรมเชิงลึก วิเคราะห์สถานการณ์ทางการผลิตการตลาด และส่งมอบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ ให้กับภาคเอกชน

2. ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมผู้ประกอบการ มีเป้าหมาย เน้นอยู่ที่การพัฒนา 3P ได้แก่ 

  • People พัฒนาศักยภาพของบุคลากร ในภาคอุตสาหกรรมให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
  • Process เน้นยกระดับประสิทธิภาพการผลิต กระบวนการผลิตโดยให้มีการใช้ระบบคุณภาพ หรือแม้แต่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ
  • Product ส่งเสริมการออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะห้องปฏิบัติการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ FabLab Bangkok ชั้นใต้ดิน ที่อาคาร KX ซึ่งทำหน้าที่ในการออกแบบต้นแบบและผลิตจำนวน 5-500 ชิ้น สำหรับ Starter ที่ต้องการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

3. ศูนย์บริการผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม มีการให้บริการรับรองสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรา 12 ของกระทรวงการคลังที่ยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า 

“เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการไทย สามารถแข่งขันได้กับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ที่มีภาษีได้ ด้วยการได้รับสิทธิประโยชน์การงดเว้นภาษี “ 

อีกบริการหนึ่งที่สำคัญคือ การตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน ตั้งแต่เริ่มทดสอบผลิตภัณฑ์ การสอบเทียบเครื่องมือวัดการตรวจโรงงาน และการรับรองผลิตภัณฑ์ ซึ่งกิจกรรมทั้ง 4 ระบบนี้ก็ได้การรับรองระบบงานตามมาตรฐานสากล 

  • จุดเริ่มต้นของ Electronics Design Lab (EDL) 

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จัดตั้งห้องปฏิบัติการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Design Laboratory) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม ในด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์

  • Electronics Design Lab (EDL) ทำงานอย่างไร

  1. การบริการ ออกแบบแผงวงจรพิมพ์ (PCB Design)  แบบ Single-Sided, Double-Sided และ Multilayer โดยการออกแบบเราคำนึงถึงมาตรฐานการออกแบบสำหรับการผลิตด้วยเครื่องจักร รวมถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า และความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI / EMC) เป็นต้น
  2. การบริการ ประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB Assembly) ด้วยเครื่องจักรที่ได้มาตรฐาน รองรับทั้งการทำต้นแบบ (Prototyping) และการผลิตระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก (Small-lot Assembly)
  3. การบริการ อบรมด้านการออกแบบแผงวงจรพิมพ์ (PCB Design)
  • จุดเด่นของ Electronics Design Lab (EDL)

  1. ความปลอดภัยด้านข้อมูลของผู้ประกอบการ
  2. การออกแบบคำนึงถึงการผลิตด้วยเครื่องจักร
  3. การออกแบบสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม
  4. งานละเอียดมีคุณภาพ ในราคาบริการที่เหมาะสม
  5. แหล่งที่ตั้งสะดวกต่อการเดินทาง
  • ความท้าทายของ Electronics Design Lab (EDL)

  1. ด้านต้นทุนการสั่งซื้อ Components ด้วยงานผลิตที่หลากหลายและจำนวน 5 -50 ชิ้น ทำให้ราคาต้นทุน Component ค่อนข้างสูง
  2. ด้านกำลังคนของ EDL จำเป็นต้องสร้างบุคลากรขึ้นมาเพิ่มเติม และสนับสนุนงานด้าน วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ
  • ซึ่งตอนนี้เรากำลังเตรียมตู้สำหรับจัดเก็บ Components ซึ่งในอนาคตอาจมีการแชร์โมเดลการเก็บ Components ของผู้ประกอบการที่มาผลิตกับเรา เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
  • การสร้าง Impact ต่อสังคม

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีบทบาทในการสนับสนุนอุตสาหกรรม S Curve ที่เป็นนโยบายของภาครัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมยานยนต์อนาคต เรามีให้บริการให้คำปรึกษาแนะนำวิเคราะห์ระบบอัตโนมัติที่ผู้ประกอบการอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต  รวมถึงจับคู่กับ SI (System Integrator) ที่พัฒนาระบบเหล่านั้น สำหรับยานยนต์อนาคต 

นอกจากนี้ สถาบันก็มีการเตรียมเครื่องมือทดสอบรองรับสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ตัว Charging Station ของ EV เอาไว้รองรับอุตสาหกรรม S Curve เหล่านี้ในอนาคตเช่นเดียวกัน

  • ก้าวต่อไปของสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

คุณ ภาณุมาศ สอนจันทร์ Senior engineer ตัวแทนของสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า เรากำลังเตรียมการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ การทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่าง KX Knowledge Xchange ในเรื่องของการจัดกิจกรรม workshop, Hackathon และการพัฒนาโปรเจคเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้สถาบันมีความมุ่งหวังให้ SME ไทยมีผลิตภัณฑ์ตัวเองที่สามารถแข่งขันได้กับสินค้าที่มาจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นในเรื่องของระบบการตรวจสอบรับรอง เพื่อให้ได้มาตรฐาน สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้สมบูรณ์แบบ 

เยี่ยมชมหรือใช้บริการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้ที่ชั้นใต้ดิน อาคาร KX Knowledge Xchange

หรือติดตามได้ที่ Facebook page : สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ – Electrical and Electronics Institute

Internet of Things (IoT) and Digital transformation

Internet of Things (IoT) and Digital transformation

          Digital transformation changes people and processes to be suitable for business disruption in the COVID-19 pandemic and the future. The transformation mainly emphasizes the mindset called “Resilience” and workflow with team interaction in your company. As a result, you have created a new solution and output from the business insight under each business unit including finance, account, and other resources. 

           The most important thing in the first step of reorganization is human resource (HR) transformation because The HR team plays a role in recruiting people with the skill set for the company vision. When you set up the new HR team and run on the next steps:

1. Set up Blueprint, Business strategies, and requirements or feedback from each business unit. Moreover, the ownership is mainly managed by the CEO, Executive committees, or the company decision-maker.  

2. “Accessible for All”: Permit for data insight use for all, apply analyzed data for making decisions, and support digital culture in your company. However, privacy data and some information should be assigned to someone who only accesses this data for security in terms of data protection.  

3. “Analytic for All”: Set up a talent team including data scientists, IT officers, engineers, and others to analyze data insight and display data called “data visualization”. The talents use data to empower and support business decision-making. For example, Using sensors and internet connection called “Internet of things(IoT)” monitor machines and performance to gather data in a pool. However, the data are labeled and classified in terms of index value for analytic and prediction.

Source: https://www.youtube.com/watch?v=5OQQZ9eWF-4 

4.Automation”: When you have operated and transformed your company in 1-3 steps already, you get massive labeled data to solve your pain point and generate new solutions. In the case of digital factory transform, you have estimated, optimized operation and maintenance cost. Or you have implemented a robot system to increase productivity and reduce cost.

For additional information: https://www.youtube.com/watch?v=yDVV8I7fI74&list=PLRDNJUsTc-QdwDKOp02rEsfMHhrRQrHHk